JSTERP
  • เกี่ยวกับเรา
  • คอมมูนิตี้
  • ติดต่อเรา
  • สินค้าของเรา

    • สินค้าทั้งหมดสินค้าทั้งหมดยอดนิยมดูแพ็กเกจทั้งหมดของ JST ERP ได้ที่นี่
    • JSHOPJSHOPแอปพลิเคชัน POS เคลื่อนที่ ติดตั้งง่าย ใช้งานสะดวก
    • JustshopJustshopแพ็กเกจเริ่มต้น สำหรับคนเริ่มต้นขายของออนไลน์
    • OMSOMSเชื่อมต่อได้ทุกแพลตฟอร์มการขายออนไลน์
    • WMSWMSจัดการคลังอย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพให้การขาย
    ทำไมต้องเลือก JST ERP?
    -ค้นพบเหตุผลที่ธุรกิจชั้นนำไว้วางใจให้เราขับเคลื่อนระบบหลังบ้าน

    โซลูชันตามประเภทธุรกิจ

    • ผู้ขายไลฟ์สดขนาดเล็กผู้ขายไลฟ์สดขนาดเล็กจัดการออเดอร์และสต๊อกง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้น
    • ผู้ขายแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซผู้ขายแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเชื่อมต่อ Shopee, Lazada, TikTok ครบจบในที่เดียว
    • ผู้ขายไลฟ์สดขนาดกลางและใหญ่ผู้ขายไลฟ์สดขนาดกลางและใหญ่รองรับออเดอร์มหาศาล พร้อมระบบจัดการทีมงาน
    • ผู้ขายที่มีคลังสินค้าขนาดใหญ่ผู้ขายที่มีคลังสินค้าขนาดใหญ่ระบบ WMS บริหารจัดการพื้นที่และสต๊อกแม่นยำ
    • ซัพพลายเออร์/ผู้ขายแบรนด์ซัพพลายเออร์/ผู้ขายแบรนด์บริหารระบบตัวแทนจำหน่าย B2B และเครือข่าย
    • คลังสินค้า Fulfillmentคลังสินค้า Fulfillmentโซลูชันแพ็ค-ส่ง สำหรับธุรกิจรับจัดเก็บและส่งสินค้า
    • MCN และ Dropship (D2C) เอเจนซีMCN และ Dropship (D2C) เอเจนซีจัดการค่าคอมมิชชัน ครีเอเตอร์ และระบบตัวแทน
    • ผู้ขายหลากหลายรูปแบบผู้ขายหลากหลายรูปแบบโซลูชันยืดหยุ่น ปรับแต่งได้ตามความซับซ้อนของธุรกิจ
    ไม่แน่ใจว่าโซลูชันไหนเหมาะกับคุณ?
    -ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อประเมินระบบฟรี

    ข่าวสารและบทความ

    • ข่าวสารและประชาสัมพันธ์ข่าวสารและประชาสัมพันธ์อัปเดตข่าวสาร กิจกรรม และประกาศล่าสุดจาก JST ERP
    • บทความ/บล็อกบทความ/บล็อกสาระความรู้ เทคนิคการขาย และเทรนด์ธุรกิจที่น่าสนใจ
    • คู่มือคู่มือคู่มือการใช้งานระบบ JST ERP แบบละเอียด ทำตามได้ทันที

    LATEST UPDATES

    ต้องการอ่านบทความเพิ่มเติม?
    -อัปเดตเทรนด์ธุรกิจและเทคนิคการใช้งานได้ที่ศูนย์รวมความรู้ของเรา
เข้าสู่ระบบ
background footer
Logo JST ERP
Meta Logo

บริษัท เจเอสที อีอาร์พี เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

ติดต่อ

02-102-0973

(จันทร์–ศุกร์ 09:00-18:00 น.)

[email protected]

  • เกี่ยวกับเรา
  • สินค้าทั้งหมด
  • โซลูชัน
  • ข่าวสารและบทความ
  • คู่มือการใช้งานระบบ
  • ติดต่อเรา
  • ร่วมกับเรา
  • ข้อตกลงการใช้บริการของผู้ใช้
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

JST ERP ระบบร้านค้าออนไลน์ จัดการออเดอร์ สต๊อก และ คลังสินค้า แบบมืออาชีพที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย

ติดตามเรา


© Copyright 2024 JST ERP Technology (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.

เงินจมในสต๊อกคืออะไร? ปัญหาที่กระทบกระแสเงินสดธุรกิจ
blogsเงินจมในสต๊อกคืออะไร? ปัญหาที่กระทบกระแสเงินสดธุรกิจ

เงินจมในสต๊อกคืออะไร? ปัญหาที่กระทบกระแสเงินสดธุรกิจ

14 กันยายน 2569

ธุรกิจขายดี ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินสดเหลืออยู่ในมือเสมอไป

เพราะก่อนสินค้าหนึ่งชิ้นจะสร้างรายได้ ธุรกิจอาจต้องนำเงินไปซื้อหรือผลิตสินค้านั้นก่อน และตราบใดที่สินค้ายังขายไม่ออก เงินก้อนนั้นก็ยังไม่ได้กลับมาเป็นเงินสด

ยิ่งซื้อสินค้าเกินความต้องการ หรือมีสินค้าขายช้าสะสมมากขึ้น เงินทุนก็ยิ่งถูกผูกไว้กับสินค้าคงคลังนานขึ้น

นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจไม่ควรมอง “สต๊อก” กับ “กระแสเงินสด” เป็นคนละเรื่อง

เพราะสินค้าที่วางอยู่ในคลังสินค้า ก็คือเงินทุนของธุรกิจในอีกรูปแบบหนึ่ง

เงินจมในสต๊อก คืออะไร?

เงินจมในสต๊อก หมายถึงเงินทุนที่ธุรกิจนำไปซื้อหรือผลิตสินค้า แต่สินค้านั้นยังไม่ถูกขายออกเพื่อเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสด

ลองสมมติว่าธุรกิจนำเงิน 500,000 บาทไปซื้อสินค้า

ถ้าสินค้าขายออกได้เร็ว เงินก็สามารถหมุนกลับมาใช้ซื้อสินค้ารอบใหม่ จ่ายค่าใช้จ่าย หรือนำไปลงทุนต่อได้

แต่ถ้าสินค้าจำนวนหนึ่งขายไม่ออก เงินส่วนที่อยู่ในสินค้านั้นก็ยังไม่สามารถนำไปใช้ทำอย่างอื่นได้

วงจรจึงมีลักษณะประมาณนี้

เงินสด → ซื้อสินค้า → เก็บสินค้า → ขายสินค้า → รับเงิน → กลับมาเป็นเงินสด

ยิ่งสินค้าใช้เวลานานกว่าจะขายออก วงจรของเงินก็ยิ่งยาวขึ้น

ทำไมสต๊อกค้างถึงกระทบกระแสเงินสด?

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีสินค้าคงคลัง เพราะธุรกิจส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีสินค้าเตรียมไว้สำหรับขาย

แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ ปริมาณสินค้าที่ถืออยู่ไม่สัมพันธ์กับความต้องการจริง

ตัวอย่างเช่น ร้านอาจมีสินค้าอยู่ในคลังสินค้าจำนวนมาก แต่สินค้าที่ลูกค้าต้องการจริงกลับเหลือน้อย

จึงเกิดสองสถานการณ์พร้อมกัน

สินค้าขายดี → มีไม่พอขาย

สินค้าขายช้า → เหลือเต็มคลังสินค้า

ธุรกิจจึงมีเงินจมอยู่กับสินค้าที่เคลื่อนไหวช้า ขณะเดียวกันก็ต้องนำเงินอีกส่วนไปเติมสินค้าที่กำลังขายดี

นี่ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อกระแสเงินสด

ดังนั้นคำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่

“ในคลังสินค้ามีของเยอะไหม?”

แต่คือ

“สินค้าที่มีอยู่ ตรงกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังซื้อหรือไม่?”

เงินจมในสต๊อกเกิดจากอะไร?

1. ซื้อสินค้าโดยอาศัยความรู้สึกมากกว่าข้อมูล

สินค้าขายดีในเดือนนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะขายในปริมาณเท่าเดิมตลอดทั้งปี

หากธุรกิจเห็นยอดขายเพิ่มขึ้นช่วงสั้น ๆ แล้วรีบสั่งสินค้าเพิ่มจำนวนมาก เมื่อความต้องการกลับสู่ระดับปกติ สินค้าส่วนเกินอาจกลายเป็นสต๊อกค้างได้

2. สั่งสินค้าเผื่อมากเกินไป

การมีสินค้าสำรองช่วยลดความเสี่ยงสินค้าหมด

แต่หากธุรกิจเผื่อสินค้าทุกตัวในปริมาณสูงเหมือนกัน เงินทุนจำนวนมากก็อาจถูกผูกไว้กับสินค้าที่ไม่ได้จำเป็นต้องสำรองมากขนาดนั้น

3. ไม่รู้ว่าสินค้าไหนขายเร็วหรือขายช้า

การดูเฉพาะยอดขายรวมอาจทำให้ธุรกิจไม่เห็นว่าสินค้าบาง SKU เริ่มเคลื่อนไหวช้าลง

เมื่อรู้ตัวอีกครั้ง สินค้าอาจสะสมอยู่ในคลังสินค้าจำนวนมากแล้ว

4. มี SKU มากเกินความต้องการ

ทุกครั้งที่เพิ่มสี ขนาด สูตร รสชาติ หรือรูปแบบสินค้าใหม่ ธุรกิจก็มี SKU ที่ต้องบริหารเพิ่มขึ้น

หากยอดขายกระจุกตัวอยู่เพียงบาง SKU สินค้าตัวเลือกอื่นก็มีโอกาสกลายเป็นสินค้าขายช้า

5. ข้อมูลหลายช่องทางไม่รวมกัน

ร้านออนไลน์อาจขายสินค้าเดียวกันผ่าน Marketplace เว็บไซต์ Social Commerce และหน้าร้าน

หากทีมจัดซื้อเห็นยอดขายเพียงบางช่องทาง ก็อาจประเมินความต้องการจริงของสินค้าไม่ถูกต้อง

5 สัญญาณว่าเงินอาจกำลังจมอยู่ในสต๊อก

ธุรกิจสามารถเริ่มตรวจสอบได้จากสัญญาณเหล่านี้

  1. สินค้าบาง SKU ไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน
    สินค้ายังมีจำนวนมาก แต่แทบไม่มีออเดอร์เข้ามา
  2. ต้องลดราคาเพื่อระบายสินค้าเดิมบ่อยขึ้น
    หากต้องจัดโปรโมชั่นเคลียร์สินค้าซ้ำ ๆ อาจหมายถึงปริมาณสินค้าที่ซื้อมาไม่สัมพันธ์กับความต้องการ
  3. สินค้าใหม่เข้ามา แต่สินค้าเก่ายังขายไม่หมด
    เงินทุนจึงถูกสะสมอยู่ในสินค้าหลายรอบพร้อมกัน
  4. สินค้าขายดีหมดบ่อย แต่สินค้าขายช้ามีเต็มคลังสินค้า
    เป็นสัญญาณว่าสัดส่วนสินค้าคงคลังอาจไม่ตรงกับยอดขายจริง
  5. ยอดขายยังมี แต่เงินสดเริ่มตึง
    ควรตรวจสอบว่าเงินทุนของธุรกิจจำนวนเท่าใดกำลังอยู่ในรูปของสินค้าคงคลัง

เงินจมในสต๊อกส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร?

ผลกระทบไม่ได้มีเพียงเรื่องพื้นที่ในคลังสินค้า

เงินทุนหมุนเวียนลดลง

เงินที่อยู่ในสินค้าขายช้าไม่สามารถนำไปใช้จ่ายค่าใช้จ่ายประจำ หรือซื้อสินค้าที่กำลังมีความต้องการสูงได้ทันที

มีต้นทุนในการถือสินค้าเพิ่มขึ้น

ยิ่งเก็บสินค้านาน ธุรกิจก็อาจมีค่าใช้จ่ายด้านพื้นที่ การจัดเก็บ การจัดการ และความเสี่ยงจากสินค้าชำรุดหรือล้าสมัย

ต้องใช้โปรโมชั่นเพื่อระบายสินค้า

เมื่อสินค้าค้างมาก ธุรกิจอาจต้องลดราคาเพื่อเร่งการขาย ซึ่งอาจทำให้กำไรต่อชิ้นลดลง

เสียโอกาสกับสินค้าที่ขายดีกว่า

เงินที่ผูกอยู่กับสินค้าขายช้า อาจเป็นเงินก้อนเดียวกับที่ธุรกิจต้องการใช้เติมสินค้าขายดี

ปัญหาสต๊อกจึงไม่ได้กระทบแค่ของที่ “ขายไม่ออก” แต่สามารถกระทบโอกาสขายสินค้าตัวอื่นด้วย

ธุรกิจควรดูข้อมูลอะไร ก่อนเติมสต๊อก?

แทนที่จะถามเพียงว่า

“สินค้าเหลือน้อยแล้วหรือยัง?”

ควรพิจารณาข้อมูลหลายด้านประกอบกัน

ยอดขายย้อนหลัง

ดูว่าสินค้าแต่ละ SKU ขายเฉลี่ยเท่าไร และมีช่วงใดที่ยอดขายเพิ่มหรือลดผิดปกติ

ความเร็วในการขาย

สินค้าบางตัวอาจขายทุกวัน ขณะที่บางตัวใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะขายหมด

สองสินค้านี้จึงไม่ควรถูกเติมด้วยหลักเดียวกัน

สินค้าคงเหลือ

ต้องรู้ว่ามีสินค้าพร้อมขายจริงเท่าไร อยู่ในคลังสินค้าใด และมีจำนวนที่ถูกจองหรืออยู่ระหว่างดำเนินการเท่าไร

ระยะเวลาในการเติมสินค้า

หากซัพพลายเออร์ใช้เวลาจัดส่งนาน ธุรกิจจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้ามากกว่าสินค้าที่สามารถเติมได้อย่างรวดเร็ว

ฤดูกาลและโปรโมชั่น

ยอดขายช่วง 9.9, 11.11, สิ้นเดือน หรือเทศกาลต่าง ๆ อาจไม่สามารถนำมาใช้เป็นยอดขายปกติได้โดยตรง

เมื่อรวมข้อมูลเหล่านี้ คำถามจะเปลี่ยนจาก

“ควรซื้อเพิ่มไหม?” เป็น “ควรซื้อสินค้าอะไร จำนวนเท่าไร และเมื่อไร?”

ธุรกิจควรเตรียมตัวอย่างไร เพื่อลดเงินจมในสต๊อก?

1. แยกสินค้าขายเร็วและขายช้า

ไม่ควรบริหารสินค้าทุก SKU ด้วยกฎเดียวกัน

สินค้าขายดีควรเน้นความพร้อมขาย ขณะที่สินค้าขายช้าควรระมัดระวังการเติมเพิ่ม

2. ใช้ยอดขายจริงช่วยวางแผนจัดซื้อ

การดูข้อมูลย้อนหลังช่วยให้การสั่งสินค้าอิงกับพฤติกรรมการขายจริงมากกว่าความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

3. ตรวจสอบสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหวเป็นประจำ

ไม่ควรรอจนคลังสินค้าเต็มแล้วจึงเริ่มหาสินค้าค้าง

การตรวจสอบอย่างต่อเนื่องช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าจะลดการซื้อ หยุดเติม หรือวางแผนระบายสินค้า

4. มองยอดขายจากทุกช่องทางรวมกัน

ถ้าสินค้าชิ้นเดียวขายหลายช่องทาง ธุรกิจควรมองยอดขายและสินค้าคงเหลือในภาพรวมก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่ม

5. หาสมดุลระหว่าง “ของไม่ขาด” กับ “ของไม่เกิน”

เป้าหมายไม่ควรเป็นการมีสต๊อกให้น้อยที่สุด เพราะสินค้าน้อยเกินไปก็สามารถทำให้ธุรกิจเสียโอกาสขายได้

เป้าหมายที่เหมาะสมกว่าคือ

มีสินค้าพอขาย + ไม่ซื้อเกินความต้องการ + เงินทุนยังหมุนต่อได้

ระบบหลังบ้านช่วยเรื่องการบริหารสต๊อกอย่างไร?

เมื่อธุรกิจมี SKU มากขึ้น ขายหลายช่องทาง และมีออเดอร์จำนวนมาก การวางแผนจากไฟล์หรือข้อมูลที่แยกกันหลายแห่งอาจทำให้มองภาพรวมได้ยากขึ้น

ระบบหลังบ้านจึงมีบทบาทในการช่วยรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าไว้ด้วยกัน

สำหรับ JST ERP ธุรกิจสามารถจัดการข้อมูลออเดอร์ สินค้า และสต๊อกจากหลายช่องทาง รวมถึงใช้ข้อมูลการขายและสินค้าคงเหลือประกอบการวางแผนสินค้า

สิ่งสำคัญคือระบบไม่ได้ทำให้สินค้าขายออกโดยอัตโนมัติ

แต่ช่วยให้ธุรกิจมี ข้อมูลที่ชัดขึ้นก่อนตัดสินใจว่าจะซื้ออะไร เติมเท่าไร และควรระวังสินค้าตัวไหน

เมื่อการตัดสินใจเรื่องสินค้าพึ่งพาข้อมูลมากขึ้น ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อสินค้าโดยอาศัยการคาดเดาเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

คือเงินทุนที่ธุรกิจนำไปซื้อหรือผลิตสินค้า แต่สินค้านั้นยังไม่ถูกขายออกเพื่อเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสด ยิ่งสินค้าขายช้า เงินทุนก็ยิ่งถูกผูกอยู่กับสินค้านานขึ้น

ไม่ใช่ การมีสินค้าคงคลังเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับหลายธุรกิจ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อปริมาณสินค้ามากกว่าความต้องการจนเกิดสินค้าขายช้าหรือสินค้าค้าง

ควรดูยอดขายย้อนหลัง ความถี่ในการขาย จำนวนสินค้าคงเหลือ และระยะเวลาที่สินค้าไม่มีการเคลื่อนไหว โดยแยกดูในระดับ SKU

ควรมองยอดขายและสินค้าคงเหลือจากทุกช่องทางร่วมกัน เพื่อให้การตัดสินใจเติมสินค้าสะท้อนความต้องการจริงของธุรกิจมากขึ้น

สรุป

ทุกครั้งที่ธุรกิจซื้อสินค้า เงินสดส่วนหนึ่งกำลังถูกเปลี่ยนเป็นสินค้าคงคลัง

ถ้าสินค้าขายเร็ว เงินก็หมุนกลับมาเร็ว

แต่ถ้าสินค้าขายช้า เงินทุนก็จะอยู่ในคลังสินค้านานขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้นการบริหารสต๊อกจึงไม่ควรมีเป้าหมายเพียง “อย่าให้ของหมด”

แต่ต้องตอบให้ได้พร้อมกันว่า

สินค้าอะไรขายดี?
สินค้าอะไรขายช้า?
สินค้าอะไรเริ่มค้าง?
ควรเติมอะไร?
ควรเติมเมื่อไร?
และควรเติมจำนวนเท่าไร?

เพราะการมีสินค้าเยอะที่สุดไม่ใช่เป้าหมายของการบริหารสต๊อกที่ดี

แต่คือการมี สินค้าที่เหมาะสม ในจำนวนที่เหมาะสม และในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจยังขายได้ ขณะเดียวกันเงินทุนก็ยังหมุนต่อไปได้

ถ้าธุรกิจของคุณเริ่มเจอปัญหา สินค้าขายช้า สต๊อกค้าง หรือวางแผนเติมสินค้าได้ยาก สิ่งสำคัญคือการมีข้อมูลยอดขายและสินค้าคงเหลือที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่ม
JST ERP ช่วยรวมข้อมูล ออเดอร์ สต๊อก และการขายจากหลายช่องทาง เพื่อให้ทีมมองเห็นการเคลื่อนไหวของสินค้าได้ง่ายขึ้น และใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการวางแผนสินค้าได้เป็นระบบมากขึ้น
อย่าปล่อยให้เงินทุนจมอยู่ในสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหว
เริ่มจากการรู้ก่อนว่า อะไรขายดี อะไรขายช้า และอะไรควรเติม

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาได้ที่
LINE OA: @jsterpth
Facebook: JST ERP Thailand ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ และขายของออนไลน์

JST ERP Together, Empowers You

แบ่งปันบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตฟังก์ชันใหม่จาก JST ERP ประจำเดือนกันยายน (14 กันยายน 2569)

อัปเดตฟังก์ชันใหม่จาก JST ERP ประจำเดือนกันยายน (14 กันยายน 2569)

อัปเดตฟังก์ชันใหม่จาก JST ERP ประจำเดือนสิงหาคม (24 สิงหาคม 2569)

อัปเดตฟังก์ชันใหม่จาก JST ERP ประจำเดือนสิงหาคม (24 สิงหาคม 2569)

อัปเดตฟังก์ชันใหม่จาก JST ERP ประจำเดือนสิงหาคม (10 สิงหาคม 2569)

อัปเดตฟังก์ชันใหม่จาก JST ERP ประจำเดือนสิงหาคม (10 สิงหาคม 2569)

อัปเดตฟังก์ชันใหม่จาก JST ERP ประจำเดือนสิงหาคม (3 สิงหาคม 2569)

อัปเดตฟังก์ชันใหม่จาก JST ERP ประจำเดือนสิงหาคม (3 สิงหาคม 2569)

7 เทคนิคตั้งรหัส CF ให้ไลฟ์ขายง่าย ออเดอร์ไม่พลาด

7 เทคนิคตั้งรหัส CF ให้ไลฟ์ขายง่าย ออเดอร์ไม่พลาด